Dissidia : Final Fantasy REVIEW
posted on 05 Jan 2009 18:00 by temp in Dissidia
Dissidia : Final Fantasy Review by Temp
ผมว่าถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนเล่นเกม RPG รุ่นเก๋า ไม่มากก็น้อยครั้งที่จะสบโอกาสถกเถียงกับนักเล่นเกมรุ่นใหม่ ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน ระหว่าง “กลิ่นอายของความคลาสสิค” กับ “รสชาติของความแปลกใหม่”
หากคุณมี PSP สักเครื่อง แล้วลองซื้อ/โหลด Dissidia : Final Fantasy มาเล่น... ( คนอ่าน review นี้ 99% คงเป็นอย่างหลัง ) คงยุติประเด็นถกเถียงเหล่านั้นออกจากอกได้ในฐานะเกม Square-Enix ยุคใหม่ เป็นเกมแรก
Dissidia ให้คำตอบผู้เล่นได้ทั้งสองอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความคลาสสิค หรือความแปลกใหม่ รวมถึงสัมผัสความมันส์รูปแบบใหม่ที่คุณอาจไม่เชื่อว่าค่ายเกมนี้จะวาดออกมาได้ในเกมไฟท์ติ้ง !!
***อนึ่ง เกมนี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีอคติว่า “Square ทำเกมไฟท์ติ้งไม่ได้หรอก” แล้วก็ลบเกมทิ้งหลังจากลองเล่นไปเพียงไม่ถึงสิบตา
Dissidia มีอะไรอยู่ข้างในมากไปกว่าสัมผัสครั้งแรก แรกเริ่มเกม ผ่าน Prologue ผ่านไปตาสองตา คุณจะยังไม่ซึมซับความสนุกของมันหรอก เพราะคุณยังไม่ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีเล่นเกม ผมไม่ได้พูดถึงเรื่อง “กดปุ่มไหนทำอะไรได้” หรือ “ตัวเลขตรงนี้มีความสำคัญยังไง” หรอกนะครับ เพราะมันคงจะสอนคุณตั้งแต่ใน Tutorial (Prologue) และคุณจะเก็ทฟังก์ชั่นต่างๆในตัวเกม ไม่ว่าคุณจะอ่านภาษาญี่ปุ่นออก หรือเดาเอาจากภาพก็ตามที แต่ผมกำลังพูดถึง “วิธีเล่นเกมนี้ให้สนุก” ต่างหาก
เอาล่ะครับ ถึงแม้จะคุณจะเป็นคนเล่น FF serie รุ่นเก๋าขนาดไหนก็ตาม แต่ผมว่าคงจะน้อยคนนักที่จะไม่สงสัยตั้งแต่แรกเห็นว่า “อีตา Warrior of Light นี่มันใครวะ” โดยเฉพาะนักเล่นเกมรุ่นใหม่ ที่คงรู้จักแค่สมัยของเด็กหนุ่มอีโมหัวตั้งแบกปังตอ คุณคนนั้นที่เก๊กนิ่งถือกันเบลด ลิงน้อยน่ารักถือดาบคู่วิ่งไปวิ่งมา หรือตาผิวคล้ำนักแข่งบลิซบอลหลงยุค
จริงๆแล้ว Warrior of Light ก็เป็นพระเอก FF ภาคแรกที่สุดนั่นแหละ แต่ตรงนี้ไม่สำคัญหรอก เพราะคุณคงไม่สามารถบอกได้ว่าลักษณะนิสัยของตาอัศวินแห่งแสงสุดเชยนี่เป็นยังไงจากการเล่นเกมยุคนั้น อันที่จริงเราคงบอกลักษณะนิสัยของตัวละครภาคแรกๆไม่ได้ทั้งหมด เพราะมันไม่มีสีหน้าให้สังเกต มีเพียงตัวอักษรยึกยือและตัว sprite ที่ยืนทื่อทำหน้านิ่งหรือวิ่งไปวิ่งมาให้เราจินตนาการกันเอาเอง ดังนั้น โยนสัมผัสเหล่านั้นทิ้งไปบ้างเสีย แล้วมาเริ่มค้นหาตัวตนของอัศวินทั้งหลายกันใหม่ดีกว่า
บทวิเคราะห์และให้คะแนน
เนื้อเรื่อง : 8/10
เนื้อเรื่องของ Dissidia อยู่ในจุดที่คนทั่วไปที่ชอบเนื้อเรื่องแนวพลิกฟ้าล่าก้นเหวโคตรอภิมหาหักมุมจะบอกว่าไม่เอาอ่าว เพราะเมื่อถอดเรื่องของ Dissidia มาเล่าย่อๆ จะได้เพียงใจความสั้นๆว่า “คอสมอส เทพแห่งความดีงาม อัญเชิญผู้กล้าทั้งสิบมาที่มิติของเธอ เพื่อช่วยเหลือเธอในการยับยั้งเคออส เทพมารแห่งภัยพิบัติ ซึ่งเคออสเองก็อัญเชิญเหล่าร้ายทั้งสิบออกมาต่อกรกับเหล่าอัศวินแห่งแสงเช่นกัน “ ตามชื่อ Dissidia ที่มีความหมายว่า Conflict ในภาษาละติน ซึ่งโดยสรุปแล้วมันก็เป็นแค่ ฝ่ายดี VS ฝ่ายร้าย ไม่มีอะไรพลิกแพลงให้ตลบหลังหักมุมได้เหมือนพลอตมหากาพย์ทั่วไป ซึ่งโดยปกติวิเคราะห์แล้ว นี่ไม่ใช่วิสัยเนื้อเรื่องของ Square-Enix ยุคปัจจุบันซึ่งชอบทำเนื้อเรื่องแนวที่ว่าเลย
แต่หากมันเป็นเช่นนั้นแล้ว ทำไมผมจึงให้คะแนนเนื้อเรื่องเยอะ? ทำไมเวลาที่เล่นเกมนี้ผมถึงได้อินกับเนื้อเรื่องนักทั้งๆที่แค่อ่านตัวฮิรางานะซักตัวผมยังจนปัญญา? เพราะเนื้อเรื่องที่ไม่มีอะไรเลยนี่แหละ เหมาะสมที่สุดสำหรับมหากาพย์ในแบบฉบับ Dissidia อย่าลืมว่าตัวละครฝ่ายละ 10 กว่าตัวมาสู้กันสองฝ่ายไม่ใช่จำนวนที่จะเพิกเฉย และวางเนื้อเรื่องโคตรเทพมหาสงครามพร้อมทั้งแจกบทให้ครบทุกตัวละครได้ เรื่องของการจัดคิวบู๊ เรื่องของลักษณะเด่นและนิสัยของตัวละครที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของตัวละครนั้นๆไว้ไม่หลุด หรือปมเรื่องที่มีในเนื้อเรื่องหลักตามภาคของตัวละครนั้นๆ ตรงส่วนนี้ Dissidia ทำได้สมบูรณ์แบบทั้งหมด คิวบู๊ของแต่ละตัวละครจะทำให้คุณรู้สึกว่าเกมนี้โลดโผนได้ดังใจ พระเอกคนโปรด ตัวโฉดสุดเท่ห์ที่คุณชื่นชม รวมไปถึงเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร ยุคสู่ยุค ตัวละครสู่ตัวละคร มิตรภาพของพวกเขาทั้งหลายที่ถูกดึงมาผูกกันผ่านคอสมอส ที่จะตราตึงอยู่ในหัวใจคนเล่นไปตลอดกาล
(ตรงนี้สปอยล์หน่อย) คุณจะได้เห็นความเท่ห์แบบลึกล้ำของ Warrior of Light ที่ดวลกับสควอลเพื่อให้สควอลพิสูจน์ความแข็งแกร่ง ได้เห็นบัทซ์ผูกมิตรกับชาวบ้านเขาไปทั่ว ได้เห็นโอเนี่ยนไนท์รั่วได้ใจ ได้เห็นซีดานเดินทำหน้าแฮปปี้จนใครๆก็เอ็นดู ได้เห็นคลาวด์แบกอีโต้ไล่ปกป้องใครๆเขา และอื่นๆอีกมากมาย (สปอยล์เยอะไปแล้ววววว)
เหตุผลที่คะแนนยังไม่เต็ม... คงเพราะเนื้อเรื่องบางจุดซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย โดยเฉพาะในส่วนของ Timeline ที่เป็นข้อถกเถียงกันว่า “ตกลง Dissidia ดึงเหล่าผู้กล้าและตัวร้ายมาจากช่วงเวลาไหนของเนื้อเรื่องของพวกเขาเหล่านั้นกันแน่” เพราะแต่ละเนื้อเรื่องของแต่ละตัวละครใน Dissidia ดูจะให้คำตอบในจุดนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง... แตกต่างกันยังไง ผมไม่สปอยล์จะดีกว่านะ : D
กราฟฟิค : 9/10
ผมพูดได้เต็มปากว่า Dissidia เป็นหนึ่งในเกมที่ใช้ความสามารถของ PSP ได้อย่างเต็มที่ เอฟเฟกต์แต่ละอย่างล้วนตระการตาน่าติดตาม โพลีก้อนกำลังหรู ฉาก Cutscene สวยงามอลังการ ติดอยู่ไม่กี่จุดเกี่ยวกับอนิเมชั่นของตัวละคร ที่บางตัวยังขยับไม่ธรรมชาติอยู่นิดเดียวเท่านั้น นิดเดียวจริงๆ
ดนตรี : 10/10
ยากที่จะปฏิเสธว่า กลิ่นอายของความคลาสสิค 80% ในเกมนี้ มาจากดนตรี เพราะ Dissidia รวบรวมเพลงฉากสู้และเพลงที่โดดเด่นในแต่ละภาคมาใส่ไว้ครบถ้วน มีบางจุดที่รีมิกซ์ใหม่ซึ่งทำได้ดีทีเดียว ลองสัมผัสมันดูแล้วคุณจะรู้ว่าเพลงฉากสู้ของ FF serie เมื่อจับมาใส่ในเกมไฟท์ติ้งแล้วมันมันส์ขนาดไหน !!
ระบบเกม : 10/10
เมื่อพูดมาถึงระบบเกม ขอให้มั่นใจได้ว่าไม่ใช่เพราะความเป็น Final Fantasy ที่โคตรจะโด่งดัง หรือเป็นเพราะดีไซน์ตัวละครที่โคตรจะเท่ห์จนใจละลาย แต่เป็นจุดนี้จริงๆ เป็นระบบเกมนี่แหละ ที่ทำให้ Dissidia : Final Fantasy เป็นเกมที่สนุกและควรค่าแก่การเล่นจนหยุดไม่ได้ !!
หากคุณลองเล่นจนจบ Prologue (หรืออาจเรียกว่าทนเล่น หากคุณมีอคติหรือคิดว่ามันยังไม่สนุก ซึ่งตอนแรกผมก็มีความคิดแบบนั้นอยู่ลึกๆ แต่ตอนนี้หมดไปแล้วนะ) แล้วลองจับตัวถนัดหรือชื่นชอบดูสักตัวสองตัว คุณอาจจะพบว่ามันค่อนข้างยากที่จะทำความเข้าใจความสนุกของเกม แล้วหันไปเล่น Monster Hunter, DJMAX, หรือ Patapon 2 หรือเกมอื่นๆทั้งหลายต่อ ไม่ได้โจมตีนะครับ แค่ยกตัวอย่างเกมคนละรูปแบบโดยสิ้นเชิงและเป็นที่นิยมบน PSP มาอ้างอิง ซึ่งเกมทั้งหมดที่ยกมาผมก็เล่นหมดแหละ
แต่หากคุณผ่านพ้นมันไปได้ ความเข้าใจในตัวเกมและจังหวะการเล่น จังหวะการออกท่า มันจะค่อยๆซึมซึบเข้าไปในมือทั้งสองข้างของคุณเองโดยที่ผมไม่จำเป็นต้องสอน ถ้าใครรู้วิธีเล่นอยู่แล้วหรืออยากลองเองก็ข้ามไปได้เลยนะครับ แต่ถ้ายังไม่เคยลอง และอยากรู้ระบบต่อสู้ของเกม ผมก็จะอธิบายไว้ในย่อหน้าต่อๆจากนี้ไปแบบคร่าวๆให้ฟัง
ระบบต่อสู้
เกมนี้จะมีค่าตัวเลขที่ต้องสนใจอยู่สองอย่าง คือ HP หรือ Hit Point ซึ่งผมคงไม่จำเป็นต้องร้องบอกให้ใครฟังว่ามันคืออะไร และค่า BP หรือ BRV หรือ Brave Point ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในระบบการเล่น Dissidia
เริ่มเกมมาทุกตัวละครจะมีค่า BP เริ่มต้นจำนวนหนึ่ง ซึ่งการโจมตีด้วยปุ่มวงกลม จะเป็นการโจมตีที่ทำความเสียหายต่อค่า BP ของฝ่ายตรงข้าม และคนที่โจมตีโดนจะได้รับ BP ที่เสียไปของฝ่ายตรงข้ามมาเป็นของตัวเอง ความแรงของการโจมตีด้วยปุ่มวงกลม (หรือที่เรียกว่า BP Attack) นั้นจะขึ้นอยู่กับท่าที่เราใช้, stat ของเรา และอาวุธที่เราสวมใส่
เมื่อเกิดการโจมตีใดๆด้วยปุ่มวงกลมขึ้น ค่าตัวเลขตรงกลางระหว่างผู้เล่นทั้งสองจะเด้งสูงขึ้นเรื่อยๆ ค่าตรงกลางนี้มักจะสูงจนน่ากลัวเสมอ บางครั้งอาจเยอะเป็นสิบเท่าของค่า BP เริ่มต้น ขึ้นกับการต่อสู้ด้วยปุ่มวงกลมนั้นยืดเยื้อเพียงใด จนกระทั่งหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกโจมตีจนค่า BP ต่ำกว่า 0 ผู้เล่นคนนั้นจะตกอยู่ในสภาพที่เรียกว่า “BREAK” โดยที่ต้องกินเวลาพักหนึ่ง ราวๆ 10 วินาที ผู้เล่นที่ break จึงจะกลับสู่สภาพปกติด้วย BP เริ่มต้น และผู้เล่นคนที่โจมตีอีกฝ่ายจน break ได้ จะได้รับค่าตัวเลขตรงกลางทั้งหมดนั้นมาเป็น BP ของตัวเอง และค่าตัวเลขตรงกลางจะกลับเป็น 0 อีกครั้ง
การโจมตีอีกชนิด คือการโจมตีด้วยปุ่มสี่เหลี่ยม หรือ HP Attack ซึ่งการโจมตีชนิดนี้จะเป็นการทำความเสียหายแก่ HP คู่ต่อสู้โดยตรง โดยที่ความแรงในการโจมตีด้วย HP Attack นี้ จะ “แรงเท่ากับค่า BP ของเราในขณะนั้น” โดยที่หากการโจมตีด้วย HP Attack สำเร็จผล ค่า BP ของเราจะกลับมาเป็น 0 และภายใน 3-5 วินาที มันจะเด้งกลับสู่ค่า BP เริ่มต้นของเรา อนึ่ง การโจมตีด้วย HP Attack หากปะทะกับการโจมตีด้วย BP Attack ฝ่ายที่ใช้ HP Attack จะตีทะลุเสมอ และยังไม่สามารป้องกันด้วยการ Guard ได้อีกด้วย แต่มีข้อเสียคือท่า HP Attack ส่วนใหญ่จะมีระยะเวลาอึดใจหนึ่งก่อนจะปล่อยท่า และจะมีชื่อท่าขึ้นเตือนให้อีกฝ่ายรู้ด้วยว่าเรากำลังจะโจมตีด้วย HP Attack
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของการวางแผนในขณะต่อสู้ ว่าจะสะสม BP จนเยอะกว่า HP ของคู่ต่อสู้แล้วค่อยเผด็จศึกในทีเดียว หรือโจมตีตอดฝ่ายตรงข้ามไปเรื่อยๆจนกว่าจะสิ้นลม
บางครั้งการโจมตีด้วย BP Attack อาจนำเราสู่สถานการณ์ที่หน้าจอจะขึ้นเตือนให้กด X เพื่อพุ่งตามคู่ต่อสู้ที่กระเด็นไปได้ ระบบนี้เรียกว่าสภาวะ “Chase” ซึ่งขณะที่ไล่ตามเข้าไป เราสามารถเลือกได้ว่าจะกดโจมตีด้วย HP หรือ BP Attack โดยที่อีกฝ่ายต้องกด X เพื่อหลบให้ได้ทันเวลา หากคู่ต่อสู้หลบได้ ก็ถึงตาที่เราจะโดนสวนกลับบ้าง หากเรายังหลบได้ก็จะโจมตีต่อ เป็นเช่นนี้เรื่อยจนกระทั่งมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดนโจมตี หรือการหลบหลีกสำเร็จฝ่ายละ 3 ครั้ง (หากโดนโจมตีด้วย BP Attack ฝ่ายที่โจมตีโดนอาจกด X เพื่อไล่ตามต่อไปอีกด้วย ถ้าอีกฝ่ายไม่กระเด็นชนกำแพง)
อีกหนึ่งระบบที่สำคัญจนขาดไม่ได้ คือระบบ EX โดยสังเกตได้จากแถบพลังสีม่วงข้างรูปหน้าตัวละครของเรา เมื่อมีการโจมตีเกิดขึ้น จะมีสะเก็ดพลังงานสีฟ้าเล็กๆระยิบระยับลอยอยู่ทั่วฉาก เมื่อนำตัวละครของเราเข้าใกล้สะเก็ดพลังงานพวกนี้ เราก็จะดูดซับมันเข้ามาในตัวแล้วไปเพิ่มเกจพลังสีม่วงนั้นทีละเล็กละน้อย เมื่อการต่อสู้ดำเนินไปพักหนึ่ง จะมีก้อนพลังงานสีฟ้าใสรูประฆังโผล่ขึ้นมาในฉาก ระฆังนี้เรียกว่า EX Core ซึ่งผู้ที่เก็บมันได้จะได้รับค่าเกจ EX สูงในระดับหนึ่ง หากเกจพลัง EX เต็ม เกจจะกระพริบ และเราสามารกดปุ่ม R+สี่เหลี่ยม เพื่อกลายร่างสู่สภาพ EX Mode ซึ่งจะทำให้ตัวละครของเราแข็งแกร่งขึ้นราวๆ 20 วินาที ผลของ EX Mode ในแต่ละตัวละครนั้นแตกต่างกันออกไป เช่นคลาวด์ที่ทำให้การโจมตีทุกชนิดไม่สามารถถูก Guard ได้เมื่ออยู่ในสภาพ EX หรือการ์แลนที่จะการโจมตีด้วย BP Attack ไม่สามารถหยุดการเคลื่อนไหวได้ของการ์แลนได้ในขณะที่โจมตี
เมื่ออยู่ในสภาพ EX Mode และเราโจมตีคู่ต่อสู้ด้วย HP Attack โดน จะมีหน้าจอเตือนขึ้นมาให้กดสี่เหลี่ยมอีกครั้ง เพื่อเข้าสู่การโจมตีที่รุนแรงที่สุดที่เรียกว่า EX Burst (หรือท่าสุดยอดนั่นเอง) ซึ่งจะเป็นโชว์ออฟสุดยอดอลังการของแต่ละตัวละคร โดยที่เราต้องกดปุ่มใดๆให้ตรงเงื่อนไขเพื่อให้ท่าออกมาสมบูรณ์ เช่น สควอลที่ต้องกด R ให้ตรงตามจังหวะ หรือทีดัสที่ต้องกดวงกลมให้ตรงกับแถบที่เคลื่อนไหวไปมา ซึ่ง EX Mode และ EX Burst นี้เป็นจุดสำคัญที่จะพลิกสถานการณ์การต่อสู้จากหน้ามือเป็นหลังมือ หรืออาจนำชัยชนะมาให้เราได้ในทันทีหากโชคดีพอ
ระบบสุดท้ายที่ต้องรู้คือระบบ Summon ซึ่งเราสามารถเลือกใช้ได้ตามต้องการ หนึ่งการต่อสู้สามารถใช้ได้ครั้งเดียวเท่านั้น เช่น อิฟริท ที่ทำให้ค่า BP ของเราเพิ่มขึ้น*1.5 ชิวา ที่ทำให้ค่า BP ของอีกฝ่ายเป็น 0 รามู ที่ห้ามไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามใช้ summon ได้ ไหปีศาจ ที่ก๊อปปี้ค่า BP ของอีกฝ่ายมาเป็นของเรา เป็นต้น
ระบบอื่นๆ
เกมนี้มีระบบเลเวล แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะทำให้การต่อสู้ระหว่างเพื่อนกับเพื่อนขาดความสมดุล เพราะเราสามารถลดเลเวลให้เหลือเท่าอีกฝ่ายได้ ถอด/ใส่ของได้ตามใจชอบ
เมื่อตัวละครเลเวลอัพขึ้น จะมีสกิลใหม่โผล่ขึ้นมาให้เลือกใช้ แล้วแต่ตัวละคร ซึ่งตัวละครสายต่อสู้จะมีสกิลที่เป็นท่าโจมตีให้เลือกใช้ราวๆ 10-12 ท่า ในขณะที่ตัวละครสายเวทย์อาจมีให้เลือกใช้มากกว่า ราวๆ 12-15 ท่า หรือบางตัวที่เยอะจนเลือกใช้ไม่หมด เช่นเคฟก้า ที่มีให้เลือกราวๆ 20 ท่า แต่ส่วนใหญ่ค่อนข้างพิลึกกึกกือและหาประโยชน์ใช้งานได้ยาก...
นอกจากสกิลที่เป็นท่าโจมตีด้วย HP หรือ BP Attack แล้ว ก็มีสกิลประเภท Support ที่ช่วยให้การต่อสู้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แล้วแต่ว่าเราจะจัดการรูปแบบการเล่นของเราในลักษณะใด ระบบ custom ของ Dissidia จึงค่อนข้างหลากหลาย จากตัวละครฝั่งดี 10 ตัว ฝั่งร้าย 10 ตัว (ต้องอันล็อคเอาโดยสามารถซื้อได้จากร้าน PP Shop โดยการใช้ค่า PP ในราคาตัวละ 300 PP)
นอกจากนี้ยังมีระบบ Play Plan คือระบบที่จะให้เราเลือกวันที่เราเล่นบ่อยที่สุด และเลือกว่าเราเล่นเกมนี้มากเท่าใดในแต่ละวัน ซึ่งจะทำให้เราได้รับโบนัสพิเศษเมื่อเล่นในวันนั้นๆ เช่น EXP*2 PP+30 และอื่นๆอีกมากมาย
บทเพิ่มเติม
สรุปคือผมให้คะแนนเกมนี้โดยรวม 37/40 ซึ่งถือว่าสูงมาก ในความเห็นผมนะ คงเป็นเกมที่ผมจะติดลมไปอีกสักพักใหญ่บน PSP โดยที่รอเล่นภาค ENG ไม่ไหวแล้ว... เลยเสริช์หาบทแปลมานั่งอ่านแล้วศึกษาเล่นเองเลย
http://pinoypsp.com/index.php?topic=203204.0
นี่ครับเว็บแปล
Dissidia: Final Fantasy Translation + Guides
credits to:
Darksun45230, im-a-wiinner, Echo738, dexter1984, ROCK123II, YenRou1992, DragonKnightv2, _KAOS,oOXBladeXOo, Golden1Sun1Figther1, CervantesDeLeon, Unknown_PC, Vampire_Lord777, evangelion_33, Lord Raviel, dsvw56, EJ, LiNkTrIfOrCe, jaryth000, blankpage0000, trptych, crocco us, PunchDuce, firionel20, roku, rusashi, Keiya, jack_gllghr, Toam_Endlist, damienxtreme, hystericmoonJDA, JHYanagi, Elvaron (Janus), Gravaki, sylv3rblade, Cyclone1, Dixxie, zidanet129, artemisfowl, kryst abegnalie, gelomen, mahki
&.. bloodlust8
สำหรับคนที่อยากรู้สไตล์การเล่นของตัวละครต่างๆใน Dissidia เพราะวิธีการเล่นแต่ละตัวค่อนข้างมีเอกลักษณ์และแตกต่างกันมาก ผมพอจะบอกสไตล์คร่าวๆได้ครับ อ่านของเขามาแล้วปรับเป็นความเข้าใจของผมอีกที หลังจากที่ลองจับมาทุกตัวแล้ว
แนะนำตัวละครและสไตล์การเล่นเบื้องต้น
FFI – Warrior of Light คอนเซ็ปต์ : All Rounder
เสียงพากย์ : Toshihiko Seki
อัศวินแห่งแสง พระเอกของ FF ภาคแรกที่สุด ด้วยคาแรคเตอร์ผู้กล้าแต่งตัวบ่งบอกอาชีพเต็มที่ ยึดมั่นในความถูกต้อง ความยุติธรรมเป็นหนึ่ง เข้มขรึม สุขุมเยือกเย็น นิ่งสยบมาร พูดน้อยต่อยหนักแต่แฝงความใจดีเอาไว้ข้างใน
WoL ถูกสร้างมาให้ต่อกรกับสถานการณ์ได้ทุกรูปแบบ สไตล์การเล่นของเขาแม้จะเน้นบุกตลุยแต่ก็มีท่าโจมตีระยะไกลที่พึ่งได้ ท่าการ์ดสวนที่ไม่มีใครหาญท้าทาย และความว่องไวที่ไม่น้อยไปกว่าผู้กล้าคนใดๆ
FFI – Garland
คอนเซ็ปต์ : Reverse Standard
เสียงพากย์ : Kenji Utsumi
อัศวินเคราะห์ร้ายผู้ถูกสมุนของจอมปีศาจเคออสเข้าครอบงำ เปลี่ยนเขาให้กลายเป็นมารร้ายแห่งภัยพินาศ แข็งแกร่งดุดัน แต่ไม่พ้นเป็นจอมวางแผน ใน Dissidia นี้จิตใจของการ์แลนยังคงมีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ไม่น้อย มีความท้าทายและเกียรติยศศักดิ์ศรีแห่งอัศวินที่เหล่าร้ายคนอื่นไม่มีกัน
การ์แลนนับเป็นตัวร้ายที่มีท่าโจมตีที่เบสิกที่สุด เข้าไปอัดตรงๆ ลุ่นๆ ไม่มีการใช้พลังแห่งความมืด มนตรานู่นนี่นั่นวินาศสันตะโร มีแต่ซัด ซัด และซัด!! ไม่มีวันหยุด จนกว่าคู่ต่อสู้จะลงไปกองกับด้วย HP 0 แล้วชนะอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องแบบตัวร้ายที่มีเกียรติ แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผมคลั่งไคล้การ์แลนแบบเอาเป็นเอาตาย...
FFII – Frioniel
คอนเซ็ปต์ : Weapon Specialist
เสียงพากย์ : Hikaru Midorikawa
ยอดนักรบที่เชี่ยวชาญอาวุธทุกรูปแบบ เป็นแบทเทิ่ลมาสเตอร์ขนานแท้ที่มาพร้อมกับหน้านิ่งๆ และนิสัยที่อ่อนโยนง่ายต่อการผูกมิตร ฟริโอนีลเป็นคนที่พร้อมจะเข้าต่อสู้แทนทุกคน และยามถวายชีวิตเพื่อพวกพ้องโดยไม่คำนึงถึงตนเอง
แนวทางการเล่นของฟริโอนีลค่อนข้างจะคล้ายกับ WoL แต่จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในเรื่องของระยะและความต่อเนื่อง เพราะอาวุธธนูของเขามีระยะหวังผลไกลมาก และคอมโบก็รวดเร็วและสามารถใช้ได้ไม่หยุดหย่อนเพราะมีการผสมผสานเวทย์มนตร์ลงไปในอาวุธด้วย ต่างกับ WoL ที่ค่อนข้างเล็งเล่นงานจุดบอดหรือใช้โอกาสที่คู่ต่อสู้พลาดท่าให้เป็นประโยชน์
FFII – The Emperor Mateus
คอนเซ็ปต์ : Trap Maker
เสียงพากย์ : Kenyuu Horiuchi
จอมวางแผน เจ้าแห่งกลยุทธ์เล่ห์เหลี่ยมตระการตาที่ไม่สามารถตามจับตัวเป็นๆได้ง่ายๆ ดีไซน์ที่ชัดเจนขึ้นใน Dissidia เสริมความเป็นตัวร้ายของมาเทอุสให้โดดเด่นยิ่งขึ้นเป็นตัวร้ายที่มองแว่บเดียวก็รู้เลยว่าเป็นตัวร้าย... และพร้อมที่จะอยู่เบื้องหลังทุกสิ่งเพื่อความสำเร็จ
เอมเพอเรอร์มีแนวการเล่นที่ไม่เหมือนใคร แม้จะเทียบกับในหมู่นักเวทย์ด้วยกันเองก็ตาม คาถาส่วนใหญ่ของเขาเป็นการวางค่ายกลกับดัก โจมตีคู่ต่อสู้จากจุดที่ตัวเองปลอดภัย ลูกเล่นแพรวพราวที่พร้อมทำให้อีกฝ่ายประหลาดใจ และมหาเวทย์เมเทโอดอกเดียวหลับที่จะทำให้หลายคนต้องอ้าปากค้าง
FFIII – Onion Knight
คอนเซ็ปต์ : Magic or Sword
เสียงพากย์ : Jun Fukumaya
โอเนี่ยนไนท์ (ผมไม่แน่ใจว่าเป็นลูเน็ธหรือใครใน FF3 กันแน่...) อัศวินเด็กหนุ่มที่มีนิสัยเริงร่าจนคุณอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นกริยาของเขา ปล่อยรั่วเป็นบางครั้งให้สมกับใจคอสดใส และเป็นผู้กล้าที่แม่ยกทั้งหลายยินดีที่จะรับไปต้อย (ฮา)
วิธีเล่นของโอเนี่ยนไนท์นั้นเป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างการต่อสู้วงในและวงนอก มีหลายท่าที่อำนวยความสะดวกไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนของฉาก และความว่องไวของเขาก็เป็นที่หนึ่งในเกมจริงๆ ฝีเท้าสายฟ้าของเขาอาจทำให้คู่ต่อสู้ขยาดได้เพียงด้วยการวิ่งวนไปมาแล้วหาจุดบอดของศัตรู
FFIII – Cloud of Darkness
คอนเซ็ปต์ : Beam Master
เสียงพากย์ : Masako Ikeda
เมฆหมอกแห่งความชั่วร้าย ผู้มีบริวารเป็นอิงจูดึ๋ยๆสองหน่อ... คุณเธอเป็นเทพแห่งความมืดที่ก่อตัวจากความเกลียดชัง จึงไม่มีเพศ แต่เลือกที่จะเฉิดฉายอยู่ในรูปแบบของหญิงสาวที่คาดว่าคงเป็นรสนิยมความงามส่วนตัว... ความเจ้าเล่ห์ของเธอไม่เป็นสองรองใคร และเช่นเดียวกับประสปการณ์ของโลกที่ซ่อนไว้ใต้ใบหน้าอ่อนเยาว์
CoD เป็นกึ่งๆนักรบและนักเวทย์ในตัว เธอสามารถควบคุมระยะการต่อสู้ได้ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ในเลเวลสูงๆมีท่าตระกูลบีมที่ปล่อยลำแสงใส่อีกฝ่ายได้ในเสี้ยววินาทีโดยไม่สามารถปัดป้องได้ง่ายๆ คู่ต่อสู้จึงพะว้าพะวงอยู่กับการหลบหลีกลำแสงพิฆาต ในขณะที่ถ้าเข้าใกล้ก็จะโดนอิงจูมรณะปัดให้กระเด็นออกห่าง
FFIV – Cecil Harvey
คอนเซ็ปต์ : Style Change
เสียงพากย์ : Shizuma Hodoshima
พาลาดินผู้เคยยึดมั่นในพลังแห่งความมืด หลังจากเหตุการณ์พลิกผันในชีวิตทำให้เขาไม่คิดจะกลับไปสู่หนทางสีดำนั้นอีกครั้ง เซซิลถอดบุคลิกมาจากภาค 4 ซึ่งเป็นภาคที่คอเกมคลาสสิคหลายๆคนชื่นชอบ เขามองโลกทะลุปรุโปร่ง มีความสามารถในการวิเคราะห์ เกียรติของอัศวินยังคงตราตรึงในหัวใจ และคุณธรรมก็ชักนำเขาให้ไม่ออกนอกลู่ทาง
แม้เซซิลใน FF4 สาบานว่าจะไม่กลับไปเป็นดาร์กไนท์อีก แต่ใน Dissidia วางเซซิลในฐานะที่จะสามารถดึงพลังแห่งความมืดออกมาเป็นประโยชน์ได้ เขาสามารถเปลี่ยนสไตล์ไปมาได้ระหว่างดาร์กไนท์ที่โจมตีรุนแรงและถนัดการต่อสู้ภาคพื้น และพาลาดินที่รวดเร็วคล่องแคล่ว และถนัดการต่อสู้บนอากาศ
FFIV – Golbeza
คอนเซ็ปต์ : Double Attack
เสียงพากย์ : Takeshi Kaga
ทำไมถึงเป็นกอลเบซไม่ใช่เซโรมุสอย่างที่หลายๆคนหวังไว้? เพราะ Dissidia ต้องการตัวร้ายที่มีความสัมพันธ์กับตัวเอก เพื่อคาดหวังความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร ในขณะที่เซโรมุสแทบไม่มีอะไรเกี่ยวพันกับเซซิลเลย และคอนเซ็ปต์ของ Dissidia ก็กล่าวเอาไว้ว่า ต้องการใช้ตัวละครที่ถูกครอบงำ และกลายสภาพเป็นบอสใหญ่ ซึ่งในที่นี้คือกอลเบซ หลักการนี้นำไปใช้กับเจ็คท์ในภาค FF10 ด้วย เจ็คท์ไม่ใช่บอสใหญ่ เขาเพียงอยู่ผิดที่ผิดเวลา และกลายเป็น Sin ดังนั้นตัวร้ายใน Dissidia ของภาค 10 จึงเป็นเจ็คท์ พ่อของทีดัส แทนที่จะเป็นซีมัวร์ ที่ไม่มีความสัมพันธ์อะไรกับทีดัสเลย
กอลเบซมีรูปแบบการโจมตีที่คาดเดาได้ยาก ความเร็วของเขาในการออกท่าต่างๆว่องไวต่างจากรูปลักษณ์ภายนอก การหลบหลีกการโจมตีของกอลเบซนั้นหากจับหลักไม่ได้จะไม่มีวันโค่นล้มได้โดยง่ายเลย เพราะเมื่อเขาเริ่มการโจมตีแล้ว ยากที่จะหลบความต่อเนื่องนั้นให้พ้นได้เหลือเกิน
FFV – Butz Klauser
คอนเซ็ปต์ : Utility Player
เสียงพากย์ : Soichirou Hoshi
บัทซ์เป็นตัวเอกที่ถอดแบบอาชีพมาจากมิมิค เขาจึงมีความสามารถที่จะเลียนแบบ และใช้พลังเรียกอาวุธได้ทุกรูปแบบ คุณจะเห็นบัทซ์ถือบัสเตอร์ซอร์ดของคลาวด์และกันเบลดของสควอลได้ในเนื้อเรื่องของเขา นิสัยใจคอน่ารักน่าเอ็นดู เป็นตัวเอกที่เห็นใจผู้อื่นเสมอแม้จะเป็นฝ่ายตรงข้ามก็ไม่เว้น รูปร่างหน้าตาน่ารักถูกใจแม่ยกเป็นของตาย
สไตล์การเล่นของบัทซ์นั้นเรียกได้ว่าหลากหลายที่สุด เพราะเขายืมท่าของตัวละครฝั่งคอสมอสด้วยกันเองมาตัวละท่าสองท่า ผสมผสานกันเองตามที่ผู้เล่นต้องการจนสามารถสร้างสไตล์การเล่นใหม่ๆได้มากขึ้น มีทั้งเวทย์และการโจมตีกายภาพให้ใช้ในตัวเดียวกัน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความหลากหลายที่ลงตัว
FFV – Exdeath
คอนเซ็ปต์ : Guard Counter
เสียงพากย์ : Tarou Ishida
บอสใหญ่ของภาค 5 ที่ดูทรงพลังน่าเกรงขาม มักได้รับบทบาทแสดงตนเป็นผู้กระทำการเบื้องหน้า สงสัยจะเพราะด้วยน้ำเสียงที่แค่ฟังก็รู้แล้วว่าแกเป็นตัวโกง ความนิ่งของเขาแฝงความน่ากลัวไม่รู้จบเอาไว้ภายใน โดยที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าสิ่งมีชีวิตตนนี้คิดอะไรอยู่
เอ็กซ์เดธ เป็นตัวละครที่หลายๆคนลงความเห็นว่าห่วยที่สุด จนโดนใช้เป็นเครื่องมือเก็บเลเวล เพราะสไตล์การเล่นของเอ็กซ์เดธเมื่อตกอยู่ในมือของคนที่เล่นไม่เป็น มันจะนำพาความน่าอดสูมาให้ ท่าโจมตีที่หลบแสนง่ายของเขาทำให้คู่ต่อสู้รู้สึกสบายตัว ความอืดอาดในการก้าวเท้าแต่ละก้าวทำให้ผู้เล่นรู้สึกอนาถ โดยหารู้ไม่ว่าสไตล์การเล่นของเอ็กซ์เดธที่ถูกต้องนั้นน่ากลัวเพียงใด เขามีท่าตั้งรับที่มั่นคง พร้อมจะการ์ดและสวนกลับทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่ง HP Attack หากกะจังหวะและคาดเดาการโจมตีของคู่ต่อสู้ได้ เอ็กซ์เดธจะกลายสภาพจากกระสอบทรายเป็นต้นไม้ใหญ่ยักษ์ และเป็นต้นที่พร้อมจะงอกหนามแหลมออกมาเชือดเฉือนคู่ต่อสู้ที่พลาดท่าให้กับเขาที่ทำเพียงยืนเฉยๆและอดใจรอ
FFVI – Tina Branford
คอนเซ็ปต์ : Magic Master
เสียงพากย์ : Yukari Fukui
สาวน้อยหนึ่งเดียวจากฝั่งคอสมอสท่ามกลางฮาเร็มชายหนุ่ม(ไม่ใช่ละ) ความอ่อนโยนของเธอมีมากจนบางครั้งนำภัยมาสู่ตนเอง ทว่าข้างในนั้นแฝงไว้ด้วยพลังเวทย์ที่ทรงอานุภาพจนตัวเธอเองไม่สามารถควบคุมได้โดยสมบูรณ์
ทีน่าเป็นตัวละครสายเวทย์มนตร์ที่สมดุลทั้งในวงในและวงนอก หากปรับแต่งดีๆแล้วจะทำให้คู่ต่อสู้ต่อกรด้วยอย่างยากลำบาก ผสมผสานเวทย์มนตร์ทั้งไฟ สายฟ้า น้ำแข็ง และธาตุศักดิ์สิทธิอย่างโฮลี่ ทำให้เธอเป็นโคตรแห่งนักเวทย์ที่ดูถูกไม่ได้เลย
FFVI – Kefka Palazzo
คอนเซ็ปต์ : Trickster
เสียงพากย์ : Shigeru Chiba
ตัวละครที่ทำให้หลายคนต้องทึ่ง หลังจากที่เห็นความป่วนของเคฟก้าในเกม FF6 แล้วหลายคนก็ตกลงใจให้เคฟก้าเป็นตัวร้ายตัวโปรด แต่หากได้ลองมาสัมผัสเคฟก้าใน Dissidia แล้วคุณจะคลั่งไคล้ในความเพี้ยนของเขาจนนับถือเคฟก้าเป็นพระเจ้า ความป่วนโฉด เสียงหัวเราะกระชากใจ อารมณ์แปรปรวนที่อยากยิ้มก็ยิ้ม และการกระทำที่คาดเดาไม่ได้ทำให้เคฟก้าเป็นตัวละครที่เพี้ยนจนหลายๆคนตกหลุมรัก
มีหลายๆคนบอกว่าเคฟก้าเหมือนกับโจกเกอร์ใน Bat Man The Dark Knight แต่ผมว่าไอ้นี่เพี้ยนกว่าเยอะตรงที่ไม่ค่อยจะวางแผนอะไรเท่าไหร่... อยากทำอะไรก็ทำ พูดจาซีเรียสอยู่ดีๆก็ระเบิดหัวเราะออกมา ไม่มีขี้เก๊ก ไม่มีปรัชญา และเอาตัวรอดจากสถานการณ์ได้ทุกรูปแบบโดยที่ไม่ต้องวางแผนใดๆ หรือบางครั้งก็อาจยอมเลิกราเอาดื้อๆ เพราะหมดอารมณ์ เป็นตัวละครที่สร้างขึ้นมาให้เต้นอยู่บน “ความอำเภอใจ” มากกว่าโจกเกอร์ที่กระทำการโดยมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน ในขณะที่เคฟก้านั้นไม่มีการอยากทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน อะไรน่ามันส์น่าสนุกขณะนั้นก็ทำ โดยที่ใครมาขวางมาห้ามก็จะฆ่าทิ้งให้พ้นทาง เป็นความอันตรายในแบบที่แตกต่างจากโจกเกอร์ของฮีธ เล็ทเจอร์ อยู่ไกลโข
การเล่นเคฟก้านั้นอาจทำให้คู่ต่อสู้ของคุณสบถออกมาได้ตลอดเวลา เพราะเขาไม่คลุกวงใน หรือบางครั้งก็ไม่อยากแม้แต่จะคลุกวงนอก เคฟก้าเป็นตัวละครที่ต้องกวนคู่ต่อสู้เพื่อคุมเกม เวทย์ของเคฟก้ามักจะลอยมาจากจุดต่างๆในฉากที่คาดเดาไม่ได้ การโจมตีที่จู่ๆก็โผล่พรวดออกมาจากอากาศธาตุ บางครั้งเขาก็จำเป็นต้องเข้าใกล้เพื่อเปลี่ยนแผนสู้และเพื่อความไม่จำเจ เป็นเวทย์มนตร์หลายรูปแบบที่ใช้ไปเรื่อยๆไม่หยุดหย่อน จนคู่ต่อสู้วิ่งเข้าใส่ความผิดพลาดของตัวเองจนลงไปจมกองเลือด
FFVII – Cloud Strife
คอนเซ็ปต์ : Smash and Blow
เสียงพากย์ : Takahiro Sakurai
พระเอกผู้นิ่งเงียบ และจมอยู่กับห้วงอดีตที่มืดมน คลาวด์เป็นตัวเอกในซีรี่ย์ไฟนอลที่มืดมนที่สุด และเป็นตัวละครที่ดึงดูดคนให้มาคลั่งไคล้ FF serie มากที่สุดอย่างปฏิเสธไม่ได้ ความเป็นมาเป็นไปของเขาค่อนข้างจะเป็นปริศนาในสายตาคนอื่นๆ แต่ถึงกระนั้นคลาวด์ก็มีสัญชาติญาณที่พร้อมจะกระโจนเข้าสู่วงดาบเพื่อปกป้องเพื่อนพ้องแม้ตัวเองจะไม่ได้ตั้งใจก็ตามที
สไตล์การเล่นของคลาวด์นั้นเรียกได้ว่าตรงไปตรงมาที่สุดในเกม อาศัยพื้นฐานแน่นเป็นหลัก แม้วิธีเล่นของคลาวด์จะง่ายๆคือฟันให้กระเด็น ตามติดคลุกวงใน และฟันให้ตาย ก็ตาย แต่วิธีที่จะเล่นเขาให้เก่งที่สุดนั้นยากกว่าตัวละครอื่นๆมาก เพราะคลาวด์ยังขาดท่าที่อำนวยความสะดวกในการคลุกวงใน และขาดท่าที่จะสร้างความอันตรายให้แก่คู่ต่อสู้ได้ในวงนอก จึงนับเป็นหนึ่งในตัวที่เล่นให้เก่งยากที่สุดใน Dissidia แม้จะเหมาะกับการเล่นเบื้องต้นเพื่อให้เล่นเกมนี้เป็นก็ตาม
FFVII – Sephiroth
คอนเซ็ปต์ : Blade Master
เสียงพากย์ : Toshiyuki Morikawa
หนึ่งในตัวร้ายที่หล่อโฉดที่สุด โดยในหน้าตาคมคายกระชากใจสาวนั้น กักเก็บความบ้าคลั่งสุดแสนจะบรรยายออกมาได้ไว้ภายใน ผมอาจเปรียบเซฟิรอธว่ามีความบ้าไม่น้อยไปกว่าเคฟก้าเลย... (พูดจริงๆนะ) แต่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงตรงที่เซฟิรอธไม่แสดงออก และยังมีแผนการและจุดมุ่งหมายที่แน่นอนมากกว่า และการไม่อสดงออกถึงความบ้าคลั่งของเซฟิรอธนี่แหละ ที่ทำให้เขาอันตรายที่สุด และน่ากลัวที่สุดในซีรี่ย์ตัวร้ายของ FF
เซฟิรอธมีแนวทางการเล่นที่เพียบพร้อม ยากสำหรับคู่ต่อสู้ที่จะคาดเดาลักษณะการโจมตีของเขาได้ในการต่อสู้ครั้งแรกๆ เพราะคมดาบของเซฟิรอธนั้นไวจนแทบมองไม่เห็น การสะบัดดาบยาวที่ยืดระยะโจมตีวงในไปจากตัวเองมากมายนั้นจะนำพาการโจมตีต่อเนื่องตามมาอีกหลายฮิต และกว่าจะรู้ตัว คุณก็คงจะโดน BREAK ไปในเสี้ยววินาทีแล้ว
FFVIII – Squall Leonheart
คอนเซ็ปต์ : Combo Master
เสียงพากย์ : Hideo Ishikawa
อีกหนึ่งพระเอกหน้านิ่งที่แม้ภายในจะเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยน แต่ภายนอกกลับแสดงออกซึ่งความไม่เป็นมิตร และเลือกที่จะต่อสู้อย่างสันโดษมากกว่าผูกไมตรีด้วยท่าทียิ้มแย้มแจ่มใส สควอลเป็นหนึ่งในตัวเอกที่ค้นพบว่ามิตรภาพนั้นลึกซึ้งเพียงใดในเนื้อเรื่องของ Dissidia
แนวการเล่นของสควอลนั้นรวดเร็ว และรุนแรง แม้ท่าโจมตีของเขาจะง่ายต่อการหลบสำหรับคู่ต่อสู้ แต่หากคลุกวงในแล้วเขาจะกลายเป็นตัวละครที่กัดไม่ปล่อยจนกว่าอีกฝ่ายจะโดนเข้าสักชุด และเมื่ออีกฝ่ายฟื้นตัวแล้วหากยังไม่หนีออกนอกวง ก็จะโดนตามมาได้อีกหลายๆชุด ซึ่งความรุนแรงของแต่ละชุดนั้นสาหัสเกินกว่าจะรับไหว
FFVIII – Ultimecia
คอนเซ็ปต์ : Magic Shooter
เสียงพากย์ : Atsuko Tanaka
หนึ่งในจอมวางแผนที่ลึกล้ำที่สุดแห่ง FF serie ผู้มากล้นด้วยปรัชญาที่มาพร้อมกับความเจ้าเล่ห์ คุณเธอดูจะท้าทายสควอลและชอบเล่นสนุกกับจิตใจของฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอๆ ถ้อยคำที่อัลติเมเซียพูดออกมาล้วนคม ในลักษณะที่พร้อมจะบาดหัวใจคนฟังให้แยกออกเป็นเสี่ยงๆได้ทุกครั้งที่เปล่งเสียงจากริมฝีปาก
เวทย์ที่อัลติเมเซียใช้นั้นไม่ได้มีพื้นฐานอยู่บนคาถาตระกูลไฟ น้ำแข็ง สายฟ้า เหมือนนักเสทย์สายอื่นๆ แต่เป็นคาถาที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอเอง ความสามารถที่จะเลือกใช้คาถานั้นมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการชาร์จให้นานแค่ไหน และการร่ายท่าโจมตีรัวๆเพื่อเจาะช่องว่างระหว่างเธอและคู่ต่อสู้ก็เป็นลักษณะการเล่นที่อันตราย
FFIX – Zidane Tribal
คอนเซ็ปต์ : Air Master
เสียงพากย์ : Romi Paku
หนุ่มน้อยร่าเริงอีกคนหนึ่งที่มีน้ำเสียงถูกใจหลายๆคน (พากย์โดยปาคุ โรมิ) อากัปกริยาของเขาและท่าที่ทีเขามองโลกในแง่ดีเสมอ เป็นที่พึ่งทางใจให้แก่เหล่าผู้กล้าทุกคน ความว่องไวและจิตใจที่โลดแล่นเป็นลักษณะเด่นของซีดานที่ทำให้หลายๆคนหลงใหล
ซีดานถนัดการต่อสู้กลางอากาศ หลายๆท่าของเขาสามารถสร้างความเสียหายต่อเนื่องได้อย่างไม่หยุดหย่อน ความเร็วในการออกท่าและการเคลื่อนที่ก็จัดว่าเร็วเป็นอันดับต้นๆ มีทั้งท่าโจมตีระยะใกล้และไกล โดยจะได้เปรียบในการหลบหลีกและฉวยโอกาสกลางอากาศเป็นพิเศษ
FFIX – Kuja
คอนเซ็ปต์ : Range Free
เสียงพากย์ : Akira Ishida
อีกหนึ่งตัวร้ายเอาใจสาวๆสุดขีด... (ลองดูชื่อคนพากย์สิครับ ถ้าเป็นผู้หญิงคงรู้จักดีอีกแล้ว ) ตัวโฉดแต่งตัววาบหวามที่แม้จะร้ายกาจมาตลอด แต่ในจุดสุดท้ายเหมือนเขาจะยอมรับในเรื่องของคุณธรรมขึ้นบ้างเพราะซีดาน แต่ถึงอย่างไรก็คงห้ามนิสัยพูดจากวนโทสะและท่าทีเชิดหยิ่งของคุจานี่ไม่ได้เสียที
คุจาสามารถโจมตีคู่ต่อสู้ได้ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะอยู่ห่างแค่ไหน ความสามารถในการคลุกวงในหรือออกวงนอกสำหรับคุจานั้นค่อนข้างอิสระ เขาสามารถโจมตีไปพร้อมๆกับเคลื่อนไหวอยู่บนอากาศ ราวกับปูพรมให้เดินได้เสมือนอยู่บนพื้น (หรืออาจสะดวกกว่าด้วยซ้ำ) ระยะห่างระหว่างคุจาและเป้าหมายไม่ถือว่าเป็นปัญหา แต่ที่สำคัญคือการกะจังหวะการออกท่าของคุจานั้นค่อนข้างอาศัยความชำนาญมากทีเดียว
FFX – Tidus
คอนเซ็ปต์ : Dodge Attacker
เสียงพากย์ : Masakazu Morita
ตัวเอกตัวเดียวใน FF ที่ออกแบบมาให้สีผิวค่อนข้างแทน และเป็นนักกีฬา เป็นคนร่าเริงและพูดจาไหลลื่นตามแบบพระเอกหนังวัยรุ่นฝรั่งหลายๆเรื่อง รอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาของเขาทำให้คนรอบข้างสบายใจ และฝีปากในการเอาตัวรอดก็คล่องแคล่วหาผู้ใดเปรียบ
ทีดัสเป็นตัวเอกที่มีท่าโจมตีประเภทหลบแล้วสวนอยู่เยอะ ผู้เล่นจึงต้องอาศัยการกะจังหวะสักหน่อย การออกท่าของเขาเร็วจนทำให้อีกฝ่ายต้องตะลึง การโลดแล่นอยู่บนอากาศแล้วโฉบลงมาโจมตีภาคพื้นดินเป็นสไตล์การเล่นทีดัสที่จะทำให้คู่ต่อสู้ตกอยู่ในอุ้งมือการโจมตีอย่างไม่หยุดยั้ง
FFX – Jecth
คอนเซ็ปต์ : Ultimate Infighter
เสียงพากย์ : Masuo Amada
เจ็คท์เป็นพ่อแท้ๆของทีดัส ที่รักลูกยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ทว่าการไปอยู่ผิดที่ผิดเวลานำเขาให้กลายเป็นเทพให้ภัยพิบัติทั้งๆที่เขาไม่ได้มีความตั้งใจ เขาในฐานะมนุษย์คนหนึ่งตอนนี้ทั้งที่มีโอกาสเอ็นดูบุตรชายอีกครั้ง แต่กลับต้องทำตามความประสงค์ของเคออส ไม่ว่าเขาจะสมัครใจหรือไม่ก็ตาม ความใจดีแบบบ้าบิ่นของเจ็คท์ทำให้เขาเป็นคุณพ่อที่น่ารักที่สุดคนหนึ่ง ถึงแม้จะรุนแรงสำหรับลูกชายไปบ้างก็ตาม
ความอันตรายของเจ็คท์อยู่ในวงแคบ แต่หากเขาคลุกเข้าไปในระยะประชิดได้ล่ะก็ เจ็คท์จะเป็นเครื่องจักรสังหารที่อันตรายที่สุด หนึ่งคอมโบของเขาจะไม่มีวันหยุดยั้งจนคุณต้องแหกปากว่าทำไมมันไม่หยุดสักทีวะ... ดาเมจที่ทรงพลังจากการโจมตีระยะประชิด และความสามารถในการปัดการโจมตีของเจ็คท์ถือเป็นหนึ่งในนักรบกายภาพที่โหดร้ายที่สุดใน Dissidia
FFXI – Shantoto
คอนเซ็ปต์ : Magic Level Up
เสียงพากย์ : Megumi Hayashibara
แค่เสียงพากย์และกลิ่นอายของ FFXI ก็ทำให้หลายๆคนอยากเล่นตัวนี้แล้วล่ะ (ฮ่าๆ) คุณเธอเป็น Guest Character นะครับ ดังนั้นกว่าจะได้เล่นต้องเคลียร์เนื้อเรื่องทั้งหมด และซื้ออาเจ๊เอาจากร้าน PP Shop เพื่อปลดล็อค ความน่าหมั่นไส้และเสียงหัวเราะจากจอมมนตราที่สุดแห่งโลกวานาดีลจะเป็นอย่างไร คงต้องลองไปติดตามกันเอาเองในเกม : )
FFXII – Gabranth
คอนเซ็ปต์ : Unknown
เสียงพากย์ : Akio Otsuka
หลายๆคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับกาแบรนท์ เพราะไม่ค่อยมีคนจับ FFXII มาเล่นจนจบเกม
กาแบรนท์เป็นอีกหนึ่ง Guest Character ที่ต้องปลดล็อคด้วยเงื่อนไขคล้ายๆกัน สไตล์การเล่นของเขายังไม่เปิดเผยคอนเซ็ปต์ รู้แต่เพียงว่าท่า Exburst ของเขานั้นดูจะอลังการงานสร้างที่สุด
UPDATE เพิ่ม youtube video เล็กๆน้อยๆ
http://www.youtube.com/watch?v=RVWGwBaOWNM
[Unequiped Match] Garland(Temp)LV.100 VS Squall(Helther)LV.100
http://www.youtube.com/watch?v=ZQ2VGcAwoYE
[Unequiped Match] Garland(Temp)LV.33 VS Jecth(Helther)LV.33
ขอบใจเฮลมากๆที่มาช่วยทดลอง มันส์ๆ
ถ่ายมาไม่จบแมทช์นะครับ โปรแกรมแปลงมีปัญหา
กระทู้เดียวกันใน PK : http://www.pocketonline.net/board/view.php?id=25514
หวังว่า Review นี้คงจะถึงตาใครสักคนตั้งแต่ต้นจนจบบ้างนะครับ เหนือยไม่เบา นั่งเขียนเช้ายันเย็น orz
ใครมีความคิดเห็นยังไงก็แปะไว้เลยครับ ยินดีเสมอ
หากจะเอาไปแปะที่อื่นก็ได้ แต่ขอเครดิตด้วยนะครับ : P
ขอบคุณ akibakko
ฟ้ารักใหม่ที่สุดในโลก LUV LUV >3<~~

#1 By เทราสเฟียร์ เอล เซราฟีเตอร์ on 2009-01-05 18:57